เกียร์ฝากทุกตัวต้องมีวิธีสั่งเข้าและปลดจากในห้องโดยสาร กลไกนี้เรียกว่าระบบสั่งงาน หรือชนิดการเข้าเกียร์ เป็นสิ่งที่ต้องเลือกตั้งแต่ตอนสั่งซื้อ และต้องเข้ากับเกียร์และระบบที่มีอยู่บนรถ ของ VPS มีให้เลือก 4 แบบ
สั่งเข้าเกียร์ฝากได้ 4 แบบ
- สายดึง — ใช้สายจากคันโยกในห้องโดยสารไปดึงก้ามปูที่ตัวเกียร์ฝาก คนขับดันเฟืองให้ขบกันเอง ไม่มีระบบลมหรือไฟฟ้าที่จะเสียได้ ใช้ได้แม้รถไม่มีลมเหลือ และเป็นแบบที่เราติดตั้งให้ลูกค้ามากที่สุด ข้อแลกเปลี่ยนคือคนขับต้องรู้สึกเองว่าเข้าสุดหรือยัง และถ้าสายหัก สายยืด หรือเดินสายหักมุมมากเกินไป จะเข้าเกียร์ไม่สุด
- ลมดูด — กดสวิตช์ในห้องโดยสารเพื่อเปิดวาล์ว แล้วใช้แรงดูด (สุญญากาศ) ดึงกระบอกให้เฟืองเข้าขบ เหมาะกับรถเล็กและรถกลางที่มีแหล่งลมดูดอยู่แล้ว แต่ไม่มีระบบลมของเบรกลม ในสินค้าของเราจะพบแบบนี้กับรถกลุ่ม Canter, Dutro, NPR และ NKR เป็นหลัก
- ลมดัน — หลักการกลับกันกับลมดูด คือใช้ลมอัดจากระบบลมของรถดันกระบอกให้เฟืองเข้าขบ เป็นตัวเลือกที่ลงตัวกับรถที่มีเบรกลมอยู่แล้ว เข้าเกียร์เร็วและสม่ำเสมอทุกครั้ง แต่ต้องมีแรงดันลมพอ ถ้าเกียร์ฝากเข้าช้าหรือเข้าไม่สุด ส่วนใหญ่เป็นเรื่องลมไม่พอ ไม่ใช่ตัวเกียร์ฝากเสีย
- ไฟฟ้า — ใช้โซลินอยด์ที่ติดบนตัวเกียร์ฝากดันก้ามปูโดยตรง สั่งงานด้วยสวิตช์ในห้องโดยสาร ใช้ในกรณีที่รถไม่มีลมให้ต่อ และช่างไม่อยากเดินท่อลมไปถึงตัวเกียร์ฝาก แลกกับการมีตัวขับไฟฟ้าเพิ่ม ซึ่งต้องดูแลไม่ให้โดนน้ำและขึ้นสนิม



เทียบกันให้เห็นชัด
| ระบบสั่งงาน | รถต้องมีอะไร | เหมาะกับ | จุดที่ต้องดูแล |
|---|---|---|---|
| สายดึง | ไม่ต้องมีอะไรเพิ่ม แค่เดินสายเข้าห้องโดยสาร | รถได้ทุกแบบ ติดตั้งง่ายที่สุดและนิยมที่สุด | การเดินสาย สายสึก และสายยืด |
| ลมดูด | มีแหล่งลมดูด | รถเล็กและรถกลาง เช่น Canter, Dutro, NPR, NKR | ท่อรั่ว หรือไดอะแฟรมล้า |
| ลมดัน | มีระบบลมของเบรกลม | รถที่มีเบรกลม และงานที่เข้า-ออกเกียร์ฝากบ่อย | ลมไม่พอ ทำให้เข้าช้าหรือเข้าไม่ได้ |
| ไฟฟ้า | ไฟ 24V และสวิตช์ | รถที่ไม่มีลมเหลือให้ต่อ | น้ำและสนิมที่ตัวขับไฟฟ้า |
แบบไหนเหมาะกับรถของคุณ
- ดูจากสิ่งที่รถมีอยู่แล้ว — รถมีเบรกลม ใช้ลมดันง่ายที่สุด รถเล็กที่มีแหล่งลมดูดก็ใช้ลมดูด ถ้าไม่มีทั้งสองอย่าง ให้ใช้สายดึงหรือไฟฟ้า
- ดูจากความถี่ในการใช้งาน — รถดั๊มพ์ที่เข้าเกียร์ฝากวันละไม่กี่ครั้ง ใช้สายดึงก็พอ ส่วนรถโม่ปูน รถกวาดถนน หรือรถดูดสิ่งปฏิกูลที่เข้า-ออกทั้งวัน ใช้ลมจะสบายคนขับกว่า
- ดูจากคนขับ — แบบลมและไฟฟ้าแค่สะบัดสวิตช์ ได้ผลเหมือนกันทุกครั้ง ส่วนสายดึงขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคนขับ แต่ยังใช้ได้แม้ไฟหรือลมมีปัญหา
- ดูจากสภาพหน้างาน — ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน น้ำ โคลน และเกลือจะเข้าถึงตัวขับและสายหรือท่อของมัน จึงต้องป้องกันไว้
ก่อนเข้าเกียร์ฝากทุกครั้ง
ไม่ว่าจะสั่งงานแบบไหน เฟืองต้องหยุดนิ่งก่อนถึงจะขบกันได้ คือเหยียบคลัตช์ เข้าเกียร์ว่าง แล้วรอให้เฟืองหยุด การเข้าเกียร์ฝากตอนเฟืองยังหมุนจะทำให้ฟันเฟืองบิ่น และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ต้องเปิดเกียร์ฝากหรือเปิดเกียร์รถก่อนเวลา เรื่องนี้เรื่องเดียวตัดสินว่าเกียร์ฝากจะอยู่ได้นานแค่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
ลมดูดกับลมดัน ต่างกันยังไง?
ทั้งสองแบบใช้ลมและสั่งงานด้วยสวิตช์ในห้องโดยสารเหมือนกัน ต่างกันที่ลมดูดใช้แรงดูดดึงกระบอกให้เข้าเกียร์ เหมาะกับรถเล็กและรถกลางที่มีแหล่งลมดูด ส่วนลมดันใช้ลมอัดจากระบบเบรกลมดันกระบอก ซึ่งเป็นสิ่งที่รถใหญ่มีอยู่แล้ว
รถไม่มีลม ใช้แบบไหนได้?
ใช้สายดึงได้ หรือถ้าอยากได้สวิตช์ในห้องโดยสารแทนคันโยกก็ใช้แบบไฟฟ้า ทั้งสองแบบไม่ต้องใช้ลมจากรถเลย
สายดึงล้าสมัยแล้วหรือยัง?
ยังไม่ล้าสมัย และเป็นแบบที่เราติดตั้งให้ลูกค้ามากที่สุด เพราะไม่มีระบบลมหรือไฟฟ้าที่จะเสีย ติดตั้งและซ่อมถูกที่สุด และกับรถที่เข้าเกียร์ฝากวันละไม่กี่ครั้ง ทำงานได้เท่าแบบลมทุกอย่าง
เปลี่ยนระบบสั่งงานทีหลังได้ไหม?
บางรุ่นเปลี่ยนได้ บางรุ่นไม่ได้ ขึ้นอยู่กับตัวเกียร์ฝากว่ารองรับชุดสั่งงานแบบอื่นบนเสื้อเดิมหรือเปล่า ส่งรุ่นเกียร์ฝากมาให้ทีมงานเช็คได้ว่าเปลี่ยนได้ไหม หรือเปลี่ยนตัวใหม่คุ้มกว่า
